“คังคุไบ” สะท้อนภาพส่วย ผู้หญิงหากินไทย ถูกสังคมกระแดะย่ำยี ไม่ให้ทะเลาะ

จากกระแสหนังคังคุไบ หญิงแข็งที่มุมไบ หรือ Gangubai Kathiawadi สะท้อนภาพการต่อสู้ของผู้หญิงหากินประเทศอินเดีย ทำให้หลายๆคนมองเห็นถึงปัญหา ถูกสังคมกระแดะย่ำยี ไม่ให้ทะเลาะ

รวมทั้งดูกลับมายังเมืองไทย ที่ปัญหาเกี่ยวกับการค้าบริการทางเพศ ยังคงมิได้รับการดูแล หากแม้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาจะมีการเรียกร้องอยู่หลายหน แต่ว่าในที่สุดภาพฝันของพวกเขาก็พังทลาย และไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐ จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเสียงสะท้อนกลับที่หนาหู ภายหลังมีความนิยมของหนังประเด็นนี้

เหล้างค์ จันทร์แย้ม” ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนพ้องพนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการบริการ (SWING) พูดว่า จากกระแสของหนัง “คังลุกไบ” ทำให้ผู้ชมคนสมัยใหม่ตื่นตัวกับสิทธิของผู้หญิงหากินเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสิทธิ ที่ไทยมีความอึมครึมมากมายว่า 50-60 ปี แม้ว่าจะมีการกล่าวมาแล้วหลายคราว แต่ว่าสังคมมีความกระแดะ เพียงพอถึงเวลาจะแก้ข้อบังคับจริงๆก็มีการต้าน ด้วยเหตุว่ากลัวว่าจะมีผลให้คนภายในสังคมเสียหาย เลยเป็นสิ่งที่กดทับคนทำอาชีพนี้มายาวนาน ไม่ได้แตกต่างจากในหนัง ที่มานะเรียกร้องสิทธิให้เกิดขึ้น

ปัญหาหญิงขายบริการทางเพศของไทยคล้ายกับในหนังของประเทศอินเดีย ที่คนภายในอาชีพนี้บากบั่นต่อสู้มายาวนาน แต่ว่าการต่อสู้ทุกหนก็มักถูกหลอกให้ฝัน ท้ายที่สุดหญิงคณิกา ก็ยังเป็นผู้ถูกกระทำ อีกทั้งจากแขกที่เข้ามาใช้บริการ แล้วก็สถานเริงรมย์ เพียรพยายามกดพวกเขาไว้ไม่ให้ทะเลาะจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลปัจจุบัน พบว่าคนที่ขายบริการโดยมาก ต้องการจะจ่ายภาษีให้กับเมือง เพื่อมีการคุ้มครองปกป้องด้านสิทธิ แล้วก็การดูแลและรักษาพยาบาล หากแม้ยังมีผลให้อาชีพนี้ถูกต้องตามกฎหมายมิได้ แม้กระนั้นผู้คนจำนวนมากมองเห็นถึงช่องของกฎหมายแรงงาน อย่างต่ำการบรรจุอาชีพนี้ไว้ภายในกฎหมายแรงงาน จะมีผลให้พวกเขาได้รับสิทธิเบื้องต้น

ข่าวไทยรัฐ ข่าวล่าสุด
กระแสหนังคังระอุไบ ทำให้มีหวัง เนื่องจากว่ามั่นใจว่าอนาคตคนรุ่นหลัง จะเป็นความหวัง แล้วก็เบาๆปรับแก้ข้อบังคับ เพื่อรองรับสิทธิของอาชีพค้าบริการในประเทศไทยให้เป็นระบบเยอะขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากว่าตอนเหตุการณ์การแพร่ระบาดของวัววิด หลายอาชีพได้รับเงินชดเชยในตอนที่หยุดไป แม้กระนั้นคนทำอาชีพค้าบริการ มิได้รับสิทธิ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงปัญหา ที่จำเป็นต้องทำให้พวกเขาได้รับสิทธิด้านกฎหมาย

ระหว่างที่ “ธหลาน สว่างเดือน” ผู้เคยไปค้าบริการในต่างถิ่น รวมทั้งนำประสบการณ์มาแต่งหนังสือเรื่อง ฉันเป็นเอปรี่ กับประสบการณ์ข้ามถิ่น” บอกว่า ในหนังยังมิได้เล่าถึงความเจ็บของนางคณิกาในชีวิตจริง แม้กระนั้นส่วนมากเลือกเล่าแม้กระนั้นความงาม ในขณะที่ชีวิตจริง ไม่มีสิทธิจะเลือกแขก และก็หายากมากมายที่แม่เล้าจะเอื้อเฟื้อราวกับวงศาคณาญาติแม้ผู้ใดกันที่เคยไปค้าบริการทางเพศในต่างชาติ จะทราบดีว่าผู้รับบริการบางบุคคล จะใช้กำลัง ราวกับที่ “คังปะทุไบ” พบ จากประสบการณ์ เป็นที่เลื่องลือว่า อารับ รวมทั้งประเทศญี่ปุ่น ชอบมีความประพฤติทางเพศที่ร้ายแรง ส่วนตัวก็เลยเพียรพยายามเลี่ยงไม่รับแขกชนิดนี้

อีกสิ่งที่เช่นเดียวกันจากในหนังและก็ชีวิตจริงหมายถึงส่วย ที่เจ้าของธุรกิจจะจ่ายให้กับข้าราชการ ซึ่งไทย หากแม้มีการเปลี่ยนแปลงสถานเริงรมย์ไปตามช่วง แต่ว่าระบบส่วยที่จำต้องจ่ายให้กับข้าราชการมิได้หมดไป นี่ก็เลยเป็นอีกหัวข้อที่ผู้ค้าบริการมานะต่อสู้ แม้กระนั้นเกิดเรื่องยากมากมาย เนื่องจากไม่มีข้อบังคับมารองรับอาชีพนี้อาชีพค้าบริการในไทยมิได้หมดไปกล้วยๆหากแม้บัดนี้สถานเริงรมย์ต่างๆทยอยปิดตัว แต่ว่าเด็กที่ขายบริหารหันมารับงานเองที่ห้องเช่า โดยไม่ต้องผ่านสถานประกอบการ หรือแม่เล้าเหมือนแต่ก่อน ทำให้ปัญหานี้ยิ่งขยายขอบเขตกว้าง และก็ยากจะควบคุม เพราะว่าหลายๆคนก็เลี้ยงชีพอื่นๆด้วย ก็เลยต้องการเตือนคนอินกับกระแสนี้ ให้แลเห็นถึงความเจ็บ แล้วก็ต้องการที่จะให้มองเห็นผู้ที่ค้าบริการทางเพศเป็นมนุษย์ เพื่อการกระทำต่อกันอย่างทัดเทียม และไม่บังคับพวกเขาอย่างเดิมเป็นมา

ข่าวล่าสุด
แอนท้องนา” สาวชนิดสอง ทำอาชีพค้าบริการมากว่า 14 ปี เล่าว่า การที่เมืองไม่ทำอาชีพนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากว่าผลตอบแทนที่ผู้กุมอำนาจได้รับส่วย จนเกิดความเคยชิน สิ่งนี้ทำให้อาชีพกิจการค้าบริการถูกกดทับ มองเห็นได้จากบางข้อกล่าวหาที่โดนจับชอบเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีเหตุผล อย่างเช่น ข้อกล่าวหาแต่งตัวเหมือนเพศหญิง เพื่อคดโกงนักเดินทางฝรั่งข้อกล่าวหาขายประเวณีในวันสำคัญทางศาสนาพุทธ สิ่งนี้เป็นข้อบังคับที่ถูกทำขึ้นมาเอง

การจะช่วยเหลือคนที่ดำรงชีพนี้ได้ ควรจะมีข้อบังคับที่รองรับอาชีพ เพราะว่าเมื่อถูกแขกรังแกชอบถูกฟ้องกลับข้อกล่าวหาขายประเวณี สิ่งนี้ทำให้เมื่อเกิดเหตุ ก็เลยไม่ไปแจ้งตำรวจ และก็จะต้องมีการแก้ พระราชบัญญัติการขายบริการทางเพศ 2539 ให้มีความทันช่วงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วย.