ตำรวจไซเบอร์ ผสานอัยการสูงสุด-อินเตอร์โพล ชงออกหมายแดง ล่าตัว ‘บังแจ๊ค’

ตำรวจไซเบอร์ ผสานอัยการสูงสุดอินเตอร์โพล ชงออกหมายแดง ล่า บังแจ๊ค เป็นผู้ที่ทางการไทยต้องการตัว ให้ตามจับมาดำเนินคดี

ตอนวันที่ 11 มิ.ย.65 พล.ต.ท.กรไชย ผู้บังคับบัญชาตำรวจสอบสวนอาชญากรรมด้านเทคโนโลยี (แผนกบัญชีสอท) เผยถึงความก้าวหน้าในกรณีที่ศาลอาญามีนบุรี ออกหมายจับบังแจ๊ค หรือนายซาค้างเนียน ราชา ไฮเดอร์ ใน ข้อกล่าวหา เป็นต้นว่า กล่าวหาด้วยการโฆษณานำข้อมูลที่ปรากฏเป็นภาพของคนอื่น รวมทั้งภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดขึ้นจากการผลิตขึ้น ตัดต่อที่คงจะทำให้คนอื่นๆเสียชื่อเสียง ถูกลบหลู่ดูหมิ่น รังเกียจ หรือได้รับความขายหน้าฯ เข้าระบบคอมพิวเตอร์ ว่า

ลำดับต่อไปจำเป็นต้องติดต่อประสานงานกับ หน่วยงาน หน่วยงานแรก เป็นสำนักงานอัยการสูงสุด เนื่องมาจาก บังแจ๊ค” มีถิ่นพักอยู่ในต่างถิ่น จะต้องตั้งเป็นคดีความที่เกิดขึ้นนอกอาณาจักร และก็ให้อัยการสูงสุดเป็นเจ้าภาพสำหรับการผสานการติดต่อฟ้องร้องคดี อ่านข่าวสาร ศาลออกหมายจับ บังแจ๊ค’ เงื่อนโพสต์ภาพ กระติกน้ำ’ ในเฟซบุ๊ก ‘แตงโม

ส่วนอีกหน่วยงาน เป็นหน่วยงานตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล (INTERPOL) ที่จำต้องบอกกล่าวว่า บังแจ๊ค” เป็นคนที่มีหมายจับ รวมทั้งเป็นบุคคลที่ดินการไทยอยากตัวมาดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมาย อยากขอให้พิเคราะห์ออกหมายแดง แล้วก็ตามจับตัวส่งคืนมาดำเนินคดี

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวอีกว่า ส่วนการให้คำให้การของ นางนิดา หัวยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ คณะทำงานยังอยู่ระหว่างการตรวจตราหลักฐานแล้วก็ผลของการสืบสวนที่แม่ได้แจกแจง และก็แสดงความบริสุทธิ์โดยการให้ตำรวจเก็บข้อมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปตรวจดู ซึ่งรับรองว่าผลของการพิจารณา ตำรวจเจอหลักฐานที่มีคุณประโยชน์มากมาย แต่ว่าเผยในเนื้อหามิได้

ต่อจากนี้อาจมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่เข้าแจ้งเหตุกับ บังแจ๊ค” เนื่องจากการโพสต์เนื้อความและก็รูปภาพเกิดขึ้นหลายครา จำเป็นต้องแยกการฟ้องร้องคดีต่างบาปต่างวาระ รวมทั้งถ้าหาก นางสาวอิจศรินทร์ จุฑาสุขความเจริญรุ่งเรือง หรือกระติกน้ำ ที่เป็นผู้เสียหายในคดีนี้ ไปพบความย่ำแย่ใหม่ แล้วต้องการจะฟ้องร้องฟ้องอีกก็สามารถทำเป็น