“เฉลิมชัย” กระทั่งถึงกรมปศุสัตว์ ควบคุมโรคอหิวาตกโรคหมูสำเร็จ พอเพียงบริโภคแน่

เฉลิมชัย” โชว์ผลงานกรมปศุสัตว์ ควบคุมและก็กำจัดโรคอหิวาตกโรคแอฟริกาในหมูอยู่มือ พร้อมให้ความแน่ใจจำนวนหมูขุนพอเพียงต่อสิ่งที่จำเป็นบริโภคในประเทศแน่ๆ

ช่วงวันที่ 30 เดือนพฤษภาคม65 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการเกษตรรวมทั้งสหกรณ์ เป็นประธานสัมมนาคณะกรรมการอำนวยการคุ้มครองปกป้องควบคุมโรคแล้วก็กำจัดโรคอหิวาตกโรคแอฟริกาในหมู ครั้งที่ โดยมี นายธนา ชีรพีนิจ ผู้ช่วย รัฐมนตรีว่าการเกษตรฯ นายสัตวแพทย์รำไพศ จังหวัดโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ หัวหน้าหน่วยราชการ ผู้แทนจากสัมพันธ์ต่างๆตลอดจนผู้แทนผู้ประกอบธุรกิจรวมทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ร่วมในห้องสำหรับประชุมกระทรวงเกษตรฯ โดยห้องประชุมได้รายงานเหตุการณ์การระบาดของโรคอหิวาตกโรคแอฟริกาในหมู (African swine fever : ASF) ในประเทศไทย และก็พินิจพิเคราะห์เห็นดีเห็นงามการขอให้มีการอนุมัติงบประมาณรายการจ่ายรายปีงบประมาณ พุทธศักราช ….. งบประมาณกึ่งกลาง รายการเงินทุนสำรองจ่ายเพื่อกรณีรีบด่วนหรือจำเป็นจะต้อง เพื่อคุ้มครองป้องกันโรคอหิวาตกโรคแอฟริกาในหมูแล้วก็โรคระบาดรุนแรงในหมูหรือหมูป่า

นายเฉลิมชัย กล่าวมาว่า จากการสำรวจข้อมูลของกรมปศุสัตว์ เหตุการณ์การระบาดของโรค ASF สะสมทั้งโลก เจอการระบาดทั้งผอง 42 ประเทศ ทวีป มี ทวีปยุโรป 17 ประเทศ ทวีปแอฟริกา ประเทศ โอเชียเนีย 1 ประเทศ แล้วก็ทวีปเอเชีย 16 ประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งโลกในขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะสามารถควบคุมได้ รวมทั้งมีลักษณะท่าทางจะขยายขอบเขตกว้างมากขึ้นอีก ดังนี้ จากมาตรการควบคุมโรคที่ออกมาอย่างเข้มข้นของกรมปศุสัตว์ นำมาซึ่งการทำให้โรค ASF ในประเทศไทยนั้นกลับมีทิศทางที่ดียิ่งขึ้นมี โดยเมื่อวันที่ 11 เดือนมกราคม 2565-ตอนนี้ เจอการระบาดแล้วทั้งหมดทั้งปวง 30 จังหวัด โดยมีถึง 26 จังหวัดซึ่งสามารถควบคุมโรค รวมทั้งตรวจซ้ำไม่พบโรคแล้วมากยิ่งกว่า 30 วัน นับว่าเมืองไทยสามารถควบคุมรวมทั้งกำจัดโรคได้อย่างมีคุณภาพ แล้วก็เริ่มมีการออกมารการต่างๆพร้อมช่วยเหลือการกลับมาเลี้ยงใหม่ให้กับเกษตรกรและก็ผู้ประกอบกิจการแล้ว

สำหรับแนวทางที่เกษตรกรหรือผู้ประกอบกิจการฟาร์มหมูจะกลับมาเลี้ยงใหม่นั้น กรมปศุสัตว์ได้มีหลักเกณฑ์ฐานรากสำหรับทุกฟาร์ม โดยให้เกษตรกรจำต้องเข้ารับการฝึกฝนการเลี้ยงและก็ปกป้องโรค ปีละ ครั้ง ในรัศมี กิโลเมตร จำต้องไม่มีรายงานโรคอย่างต่ำ 30 วัน ระบบฟาร์มจะต้องเป็น ฟาร์มที่มีระบบระเบียบการปกป้องคุ้มครองโรคแล้วก็การเลี้ยงสัตว์ที่สมควร” (Good Farming Management : GFM) ขึ้นไป และก็จะมีข้าราชการของกรมเข้าไปประเมินการเสี่ยง ฟาร์มทั่วๆไปจำต้องได้ 60 คะแนนขึ้นไป และก็ฟาร์มที่เคยเจอโรคหรือมีความเชื่อโยงโดยตรง จะต้องได้คะแนน 80 ขึ้นไป นอกเหนือจากนี้ ยังมีกฎเกณฑ์เพิ่มสำหรับฟาร์มกรุ๊ปเสี่ยงในขณะที่เคยเจอผลจากการบวกหรือส่งผลเป็นลบแต่ว่ามีการเสี่ยง จึงควรพักฟาร์มไม่น้อยกว่า 90 วัน รวมทั้งเริ่มเลี้ยงหมูได้ ปริมาณร้อยละ 10-15 ตรงเวลา อาทิตย์ และก็เก็บเนื้อเก็บตัวอย่าง ถ้าเกิดว่าไม่มีการระบาดของโรคก็สามารถเลี้ยงได้ตามเดิม

นอกนั้น กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับหน่วยงานกระทรวงมหาดไทยแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่ ตรวจปริมาณหมูอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่มกราคมเดือนพฤษภาคม 2565 พบว่ามีปริมาณหมูแม่พันธุ์ ราว ล้านตัวในระบบ โดยจำนวนสิ่งที่ต้องการบริโภคในประเทศอยู่ที่เดือนละ 1.5 ล้านตัว และก็จากผลสำรวจหมูขุน ในแต่ละเดือนโดยประมาณ ล้านตัว ตามรอบการสร้างหมูขุน ราวๆ เดือน ด้วยเหตุนั้นจำเป็นต้องขอเน้นกับสามัญชน จำนวนหมูขุนมีพอเพียงต่อความจำเป็นในประเทศอย่างแน่แท้

ดังนี้ ห้องประชุมได้มีการใคร่ครวญกลยุทธ์ขออนุมัติงบประมาณฯ งบประมาณกึ่งกลาง รายการเงินทุนสำรองจ่ายเพื่อกรณีรีบด่วนหรือจำเป็นจะต้อง เพื่อคุ้มครองโรคอหิวาตกโรคแอฟริกาในหมูและก็โรคระบาดรุนแรงในหมูหรือหมูป่า (เพิ่มเติมอีกโดยได้สั่งให้กรมปศุสัตว์จัดแจงข้อมูลให้พร้อมเพื่อเสนอขอความเห็นจาก คณะรัฐมนตรีให้ทันข้างในปีงบประมาณถัดไป.