เสี่ยฟิวส์ขาด แทงลูกน้องเก่ามาเป็น กิ๊ก อดีตเมีย ตายคาบ้าน

เสี่ยเจ้าของธุรกิจถุงพลาสติกเดือด อดีตเมียขอเอาลูกชายวัย 6 ขวบ ไปเลี้ยงที่บ้าน แต่ว่ามีอดีตลูกน้องที่ขึ้นชั้นเป็นแฟนคนใหม่มาอยู่ที่บ้านด้วย ถึงกับเดือดรีบไปพบเพื่อพาลูกกลับบ้าน

แม้กระนั้นเกิดทะเลาะวิวาทใช้มีดจ้วงแทงอดีตลูกน้องดับหน้าบ้าน ต่อไปเข้ามอบตัวให้การปฏิเสธ เพื่อนแห่ให้กำลังใจยืนยันผู้ก่อเหตุเป็นคนดี หลังเลิกฝ่ายหญิงเมื่อ 2 ปีก่อน ให้ทั้งยังบ้านแล้วก็กิจการค้าถุงขยะ พลาสติกดูแล สงสัยกล้องวงจรปิด 3 ตัวหน้าบ้านถูกหันไปทางอื่น ปัญหาความรักทำให้เกิดเหตุอุกฉกรรจ์ถึงกับแทงกันตายรายนี้ เผยขึ้นเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 8 เดือนพฤษภาคม พ.ต.ท.กฤษณะ ทองบ้านบ่อ สว. สน.หลักสอง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทแทงกันมีผู้เสียชีวิตหน้าบ้านเลขที่ 8/430 หมู่บ้านต้นไม้วิลล์ 85 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา ตำบลบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร รายงานผู้บังคับบัญชารวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วยตำรวจข้างสอบสวน สน.หลักสอง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แล้วก็แพทย์นิติเวชโรงหมอศิริราช

ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น เจอกองเลือดที่พื้นหลายชิ้น ใกล้กำแพงเจอศพนายวทันยู หรือหน รังสุข อายุ 25 ปี บ้านเดิมอยู่ เลขที่ 28 หมู่ 8 ตำบล ท่าไม้ อำเภอ ชุมแสง จังหวัด นครสวรรค์ นอนหงายจมกองเลือดในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์ขาสามส่วน มีรอยแผลถูกแทงด้วยมีดที่คอ 1 แผล และก็ลำตัวด้านซ้ายอีก 4 แผล เจ้าหน้าที่พยายามปฐมพยาบาลพื้นฐานแต่ไม่เป็นผลเสียชีวิตในเวลาถัดมา หน้าบ้านเจอรถกระบะอีซูซุแบบแต่งซิ่ง สีบรอนซ์ เลขทะเบียน กอ 6588 พระนครศรี อยุธยา ของผู้ตาย หยุดอยู่ กล้องวงจรปิด 3 ตัวหน้าบ้านถูกหันเปลี่ยนทิศทาง

สอบสวนนายธนากร ภิลารัมย์ อายุ 32 ปี ให้การพื้นฐานว่า เป็นเพื่อนกับ น.ส.เอ๊ะ (ขอสงวนชื่อนามสกุล) อายุ 32 ปี สมัยก่อนภรรยานายอธิพงศ์ หรือตี๋ จันทร์เสรีวิทยา อายุ 30 ปี เจ้าของบ้าน ส่วนนายวทันยูผู้เสียชีวิตเป็นลูกน้องเก่านายอธิโคตร ทำธุรกิจขายถุงขยะพลาสติกสีดำ นายอธิพงศ์ซื้อบ้านเกิดเหตุอยู่ร่วมกับ นางสาวเอ๊ะ มีลูกชายอายุ 6 ขวบร่วมกัน ต่อมา น.ส.เอ๊ะคบหานายวทันยูแล้วก็ซื้อรถกระบะคันที่จอดหน้าบ้านเกิดเหตุให้ ปกติฝ่ายหญิงจะเป็นคนไปหาคนตายเอง เมื่อก่อนเกิดเหตุนายวทันยูขับขี่รถมาหาที่บ้าน เจอนายอธิพงศ์พอดี ทะเลาะทะเลาะกันจนกระทั่ง น.ส.เอ๊ะ จะต้องโทรศัพท์หาตนให้มาไกล่เกลี่ย แต่มาถึงช้าไปเกิดการสูญเสียแล้ว

พื้นฐานตำรวจมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช เพื่อผ่าพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกที และติดตามมือมีดรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ สน.หลักสอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อนและเครือญาติของนายอธิพงศ์เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจที่ห้องจองจำ ข้างหลังเข้ามอบตัวกับตำรวจตั้งแต่ตอนกลางดึกที่ผ่านมา น.ส.เจน (ขอสงวนชื่อนามสกุล) อายุ 29 ปี เพื่อนรุ่นน้อง เผยว่า คนก่อเหตุกับอดีตภรรยาแยกกันอยู่โดยประมาณ 2 ปีแล้ว แม้กระนั้นยังไปมาหาสู่กันเหตุเพราะมีลูกชายวัย 6 ขวบ รวมทั้งธุรกิจทำถุงพลาสติก เดิมเคยเป็นกิจการของครอบครัวนายอธิพงศ์ แต่ว่าให้อดีตภรรยาเป็นผู้ดูแลกิจการหลังแยกทางกัน ส่วนลูกชายวัย 6 ขวบจะอยู่กับนายอธิวงศ์ตลอด ต่อมารู้ว่าอดีตภรรยาไปคบหากับนายวทันยูลูกน้องเก่า วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา น.ส.เอ๊ะขอลูกไปเลี้ยงที่บ้าน แต่มารู้คราวหลังว่าผู้ตายมาอยู่บ้านอดีตภรรยาด้วย ก็เลยไม่พอใจรีบขับรถไปรับลูกชายกลับ แต่ว่าหลังจากถึงที่เกิดเหตุไม่เคยทราบว่าเกิดอะไรขึ้น

น.ส.เจนกล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของ นางสาวเอ๊ะและผู้ตาย นายอธิพงศ์ทราบมาตลอดว่า ทั้งคู่อยู่กินกัน แต่ไม่มีปัญหาอะไร ตนคิดว่าก่อนเกิดเหตุอาจมีการยั่วยุกัน ปกติผู้ก่อเหตุเป็นคนดีมากมาย รับเลี้ยงลูกติดจาก นางสาวเอ๊ะถึง 5 คน รวมทั้งให้เป็น ผู้ดูแลกิจการ ภายหลังทั้งสองแยกกันอยู่ นางสาวเอ๊ะไปคบกับผู้ตายลูกน้องเก่าเจ้าตัวยังยอมรับได้ นอกเหนือจากนี้ตนยังรู้สึกว่า การเกิดเหตุครั้งนี้มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เนื่องจากกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านหันออกไปคนละทิศละทาง ต้องการให้ทุกคนให้ความยุติธรรมกับผู้ก่อเหตุด้วย

ด้าน พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่านายอธิพงศ์ จันทร์เสรีวิทยา อายุ 30 ปี ผู้ก่อเหตุ เข้ามอบตัวแล้วมีมารดาเป็นผู้พามาเจอพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง สาเหตุเกิดจากการเถียงเรื่องครอบครัวจนกระทั่งเป็นเหตุฆ่ากันตาย ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเผยได้ แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยตั้งใจ พื้นฐานผู้ต้องหาให้การไม่ยอมรับ แต่ว่าพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันเนื่องจากเป็นคดีความร้ายแรง รอส่งฝากขังศาลอาญาธนบุรีต่อไป